เนื่องจากในปัจจุบันคอนแทคเลนส์บิ๊กอายเป็นที่นิยมมาก และมีขายกันอย่างแพร่หลาย แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้ที่ถูกต้อง
Blog นี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้ผู้ใช้มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ โดยเฉพาะบิ๊กอาย เพราะการใช้ที่ผิดวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
เพื่อความปลอดภัยของดวงตาของท่านเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน

*ห้ามคัดลอกบทความในบล๊อคนี้ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดโดยเด็ดขาด

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

ค่าสายตาคืออะไร ไม่เคยวัดสายตา ใส่บิ๊กอายได้มั้ย?

คำถามนี้ก็เป็นคำถามที่พบบ่อยอีก 1 ข้อค่ะ เพราะโดยส่วนมากแล้ว ผู้ที่ไม่ได้สายตาสั้น และไม่เคยใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์มาก่อน ก็จะไม่คุ้นเคยกับคำว่า ค่าสายตา หรือการวัดสายตา ว่ามันเป็นยังไง วัดที่ไหน อย่างไร เท่าไร แต่คนที่สายตาสั้นอยู่แล้ว พอได้ยินคำถามก็จะงง เอ๊ะ!? นี่เธอไม่รู้จักการวัดสายตาหรือเนี่ย

ค่าสายตา ประกอบด้วยตัวเลข 3 ค่า ที่แสดงความหมายต่างกันออกไปค่ะ

1. ค่าสายตาสั้นหรือค่าสายตายาว
ค่าสายตาสั้น จะมีเครื่องหมายลบนำหน้า (-)
ค่าสายตายาวจะมีเครื่องหมายบวกนำหน้าค่ะ (+)

2. ค่าสายตาเอียง (มีเครื่องหมายบวกลบกำกับ)

3. องศาที่เอียง มีหน่วยป็นองศาค่ะ

ค่าสายตานั้น เราสามารถวัดได้ที่ร้านแว่นทั่วๆไป โดยส่วนใหญ่ทางร้านจะให้เราวัดด้วยสองวิธี คือการอ่านชาร์ตและใช้เครื่องวัด การวัดนั้นใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บแต่อย่างไร ประมาณ 5-10 นาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ครั้งละประมาณ 100 บาท หากว่าเราไม่ได้ซื้อสินค้าในร้านแว่นนั้นๆค่ะ แต่ถ้าเราจะตัดแว่นในร้าน ส่วนใหญ่ทางร้านก็จะบริการวัดค่าสายตาให้ฟรีค่ะ

แล้วถ้าไม่อยากวัดสายตาล่ะ ไม่เคยวัดมาก่อน จะซื้อบิ๊กอายใส่เพื่อความสวยงามเลยได้มั้ย? คำตอบก็คือ ถ้าคุณมองเห็นเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวัดค่าสายตาค่ะ และเลือกใส่บิ๊กอายสำหรับค่าสายตาปกติ หรือ ค่าสายตา 0.00 ได้เลยค่ะ ที่สำคัญคือ ถ้าไม่เคยวัดสายตามาก่อน อย่าได้ริลองซื้อแบบมีค่าสายตามั่วๆมาใส่โดยการสุ่มเด็ดขาดนะคะ เพราะมีแต่ใส่แล้วจะปวดหัวปวดตา เดินเหมือนคนเมา ซื้อมาเสียเปล่า ได้แต่ทิ้งอย่างเดียวจ้า

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ความนิ่มหรือความแข็งของบิ๊กอาย แบบไหนดีกว่ากัน?

บางคนที่เพิ่งลองบิ๊กอายหรือคอนแทคเลนส์ยี่ห้อใหม่
อาจจะแปลกใจว่า อุ้ย! ทำไมเลนส์นี้นิ่มจัง หรือเลนส์นี้แข็งจัง เสียหรือป่าวเนี่ย!?
ใจเย็นๆก่อนค่ะ เพราะนี้เป็นเรื่องปกติของเลนส์ที่ผลิตจากคนละโรงงาน
หรือไม่ก็โรงงานเดียวกัน แต่เป็นเลนส์คนละสเป็คกันค่ะ

ที่นี่ เราก็อาจจมีคำถามเพิ่มว่า แล้วทำไมต้องมีหลายๆแบบด้วย
ทำไมไม่ทำแบบที่ดีที่สุดไปเลยอันเดียว..?
งั้นเรามีดูข้อดีข้อเสียของเลนส์แต่ละแบบกันก่อนนะคะ

เลนส์บาง อมน้ำมาก ส่วนใหญ่จะินิ่มค่ะ
ข้อดี ออกซิเจนไหลผ่านได้ดี สบายตา
ข้อเสีย ตั้งทรงยาก (ใส่ยากสำหรับบางคน) ตาแห้งเร็ว

เลนส์หนา อมน้ำน้อย ส่วนใหญ่จะแข็ง
ข้อดี ตั้งทรงง่าย ถ้าอมน้ำน้อยกว่าก็จะตาแห้งยากกว่า
ข้อเสีย ออกซิเจนไหลผ่านได้ไม่ค่อยดี ใส่แล้วรำคานเหมือนมีอะไรอยู่ในตา

ด้วยเหตุนี้ คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า อันไหนดีที่สุดล่ะ?
ก็คือ "ไม่มีเลนส์ไหนในโลกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ"
เหมือนกับเสื้อผ้า ที่ทำไมไม่มีไซส์เดียว แบบเดียว
นั้นก็เพราะว่าโครงสร้างร่างกายเราไม่เหมือนกันทุกคน
รวมถึงดวงตาของเราก็ไม่เหมือนกันทุกคน
ดังนั้นผู้ผลิตทั้งหลาย ต่างก็ค้นคว้าและวิจัยเพื่อพัฒนาเลนส์
ที่เค้าคิดว่าเหมาะสมกับคนส่วนใหญ่ที่สุดค่ะ
แต่จาำกหลายๆยี่ห้อที่มีขายในท้องตลาด อันไหนจะเหมาะกับเราที่สุด
อันนี้ก็ต้องทดลองกันเองล่ะค่าาา :)

เพิ่มเติมไว้ เผื่อเพื่อนๆอยากจะลองเลือกซื้อคอนแทคเลนส์กันนะคะ
เรียงลำัดับความนิ่มของเลนส์รายปี (จากความรู้ึสึกเราผู้เขียนเอง)
จากนิ่มสุด -> แข็งสุด
NEO Vision > Barbie con > EOS > Vassen, Seeshell > GEO > Dueba